|
หนังสือ
ราชกิจจานุเบกษา ในรัชกาลที่ 4 เล่ม 1 แผ่นที่ 2 ฉบับวันอังคาร
เดือนห้า แรมค่ำหนึ่ง จ.ศ.1220 ( ตรงกับวันที่ 30 มีนาคม
2401 ในหน้า 14) มีเนื้อหาดังนี้
เมื่อวันอาทิตย์
เดือน 4 แรมแปดค่ำ ปีมะเส็ง นพศก พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
เสด็จพระราชดำเนินกลับมาแต่ประพาสทะเลถึงพระบวรราชวัง
แล้วทรงพระราชดำรัสเล่าความว่า เสด็จพระราชดำเนินลงไปถึง
เกาะช้าง หน้าเมืองตราด มีผู้กราบทูลว่า เมื่อก่อนเรือพระที่นั่งลงไปถึง
เกาะช้าง สองสามวัน มีเรืออ้ายจีนสลัดหลายลำมาแล่นเที่ยวอยู่หน้า
เกาะช้าง ข้างนอก เรือเล็กน้อยพวกหาปลาหาปลิง กลัวหนีเข้ามาฝั่งฟากเมืองตราดสิ้น
ครั้นได้ทรงทราบดังนี้
จึงทรงคาดการเห็นว่า สลัดถ้ามาเที่ยวตำบลนั้นแล้ว เมื่อน้ำในเรือหมดก็เห็นจะแวะมาตักน้ำใน
คลองสลักคอก ที่ตำบล เกาะช้าง นั้นเอง จึงได้เลื่อนเรือกำปั่นพระที่นั่งมงคลราชปักษี
กับกำปั่นพุทธสิงหาศน 2 ลำ มาทอดอยู่ที่ปาก คลองสลักคอก
คอยจับสลัดอยู่ถึง 3 วัน ก็หาพบเรือสลัดมาไม่ จึงได้เสด็จพระราชดำเนินกลับขึ้นมา
ทอดประทับเรือพระที่นั่งอยู่ที่แหลมสิงห์ ปากน้ำเมืองจันทบุรี
วันพุธ
เดือนสี่ แรมสี่ค่ำ เวลาบ่าย 5 โมงเย็น คนในเรือพระที่นั่งส่องกล้องลงไปข้างล่างได้เห็นเรือใบแล่นอยู่
3 ลำ ที่หน้าเกาะปิด เกาะเปิด ไกลที่เรือพระที่นั่งทอดอยู่ประมาณ
200 เส้นเศษ ลำหนึ่งทอด สองลำแล่นผ่านไปผ่านมาอยู่แล้ว
ได้แลเห็นไฟวาบขึ้นในเรือลำใหญ่ ได้ยินเสียงปืนใหญ่ 3
นัด เอาความกราบทูล จึงทรงคาดการณ์สังเกตเห็นว่า เป็นเรืออ้ายจีนสลัดเข้าตีเรือลูกค้าเป็นแน่
ขณะนั้นเรือพระที่นั่งก็ม้วนใบไว้สิ้นคาดเพดานไว้ตลอดลำ
ทรงกำหนดการเห็นว่า กว่าจะแก้เพดานแล้วชักใบขึ้นให้พร้อม
แล้วจะแล่นลงไปได้ ก็จะไม่ทันอ้ายสลัด เวลาก็จะค่ำเสีย
เดือนก็มืดลงไปก็จะไม่เห็นเรืออ้ายสลัด จึงได้โปรดให้งดรออยู่จัดแจงเรือกำปั่นทั้ง
2 ลำ ไว้ให้พร้อมต่อเวลา 4 ทุ่ม เดือนขึ้นสว่างแล้ว จึงจะแล่นเรือกำปั่นทั้ง
2 ลำ ลงไปสืบความและตามจับอ้ายสลัด ครั้นเวลาเดือนขึ้นแล้วก็ได้แล่นเรือพระที่นั่ง
เรือพุทธสิงหาศน ลงไปตามกำหนด
พอพบเรือลำซึ่งถูกสลัดตีเมื่อเวลาเย็นวันนั้นแล่นขึ้นมา
จึงโปรดให้เรือช่วงออกไปถาม ได้ความว่า เป็นเรือจีนเจ้าสัวเล่าแซ
มีนายเรือลูกเรือคน 15 คน 16 อ้ายสลัดแล่นไล่มาแต่ เกาะช้าง
ทันเข้าที่หน้าเกาะปิด เกาะเปิด อ้ายสลัดเอาปืนยิง 2 นัด
เรือลำนั้นได้ยิงสู้ แต่ประจุดินใส่ปืนมากไป ปืนแตก ดินในถังก็ลุกขึ้นด้วย
อ้ายสลัดเอาหม้อดินทิ้งลงด้วย คนในลำถูกดินลุกตายสองคน
นอกนั้นป่วยเจ็บหมด เหลือเป็นคนดีอยู่สี่ห้าคน อ้ายสลัดร้องให้ลดใบและทอดสมอลง
ด้วยความกลัวก็ได้ทำตามใจอ้ายจีนสลัด แต่อ้ายจีนสลัดจะขึ้นบนเรือก็หาทันไม่
ด้วยลมสำเภาพัดกล้า พัดเรืออ้ายสลัด แล่นเลยเรือที่ทอดสมออยู่นั้นขึ้นมา
เรืออ้ายจีนสลัดจึงแล่นก้าวไปก้าวมา จะเข้าหาเรือที่ทอดสมออยู่
ก็เข้าไม่ติด พวกอ้ายจีนสลัดจึงลงเรือช่วงตีกรรเชียงมา
จะขึ้นเรือลำนั้นให้ได้
|
|
จีนจุ่นจูเรือลำนั้นกลัว
เอาขอนไม้ผูกกับตัวโดดน้ำลอยหนีไป คนอีก 6 คน ก็โดดน้ำหนี
ว่ายจนจมน้ำตาย เรือช่วงอ้ายจีนสลัดเข้ามาใกล้ร้องถามว่ามีสิ่งไรบนเรือ
จีนบนเรือบอกว่าไม่มีสิ่งไรมีแต่จากบรรทุกมาขาย อ้ายจีนสลัดก็หาขึ้นบนเรือไม่
ตีกรรเชียงกลับไปเรืออ้ายจีนสลัด ครั้นค่ำลงเรืออ้ายจีนสลัดก็หายไป
ไม่ทราบว่าไปทางไหน เรือลำนี้ก็แล่นขึ้นมา
จึงได้แล่นเรือพระที่นั่งลงไปตามในกลางคืน
ก็หาพบเรืออ้ายสลัดไม่ พบแต่ตัวจุ่นจูซึ่งผูกกับไม้ขอนลอยน้ำอยู่
ได้รับตัวขึ้นเรือได้แต่ในกลางคืนวันนั้นแล้ว ครั้นเวลาเช้าขึ้นลมอุตราพัดลงกล้า
ทอดพระเนตรลงไปเห็นเรือลำหนึ่งแล่นหนีอยู่ข้างล่าง ได้ไถ่ถามจีนที่ถูกสลัดตี
ก็ยืนยันว่าเรือลำนั้นเป็นเรือสลัดแน่แล้ว จึงได้แล่นเรือพระที่นั่งไล่ลงไปใกล้เรือลำนั้น
ประมาณ 50 เส้น 60 เส้น ลมอุตราก็สงบอ่อนไปเสีย เรือพระที่นั่งแล่นไม่เดิน
เรือที่หนีนั้นก็ตีกรรเชียงเข้าฝั่งข้างจันทบุรีหายไป
ข่าวอันนี้เป็นแต่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
มีพระราชดำรัสเล่าเมื่อเสด็จกลับมาถึงกรุงเทพมหานคร เมืองจันทบุรี
ก็หาได้มีบอกข่าวนั้นเข้ามาไม่จนวันนี้ เป็นวันอังคาร
เดือนห้า ขึ้นสองค่ำ ปีมะเมียยังเป็นนพศก
จากข้อมูลข้างต้น
ถือว่า.. มีการรายงานเหตุการณ์ปล้นสะดม ที่ไหน เมื่อไร
มีการสอบสวนเบื้องต้นว่าเกิดอะไรขึ้นด้วย จึงจัดว่า ข่าวโจรสลัดปล้นเรือสินค้าที่
เกาะช้าง ในราชกิจจานุเบกษา ในรัชกาลที่ 4 เป็นข่าวอาชญากรรมชิ้นแรก
ของประเทศไทย ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ ในวันที่
30 มีนาคม 2401 หากนับถึง วันที่ 30 มีนาคม 2551 ข่าวชิ้นนี้จำมีอายุครบ
150 ปี
|