|

แสดงจุดเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
คืนละหลายราย หน้าวัดปลวกเกตุ บนถนนสุขุมวิท
ทางหลวงหมายเลข 3 เขตอำเภอเมือง จังหวัดระยอง

ผู้ประสบอุบัติเหตุส่วนใหญ่
เป็นคนต่างพื้นที่ ที่ต้องใช้เส้นทางถนนสุขุมวิทนี้เพื่อสัญจรระหว่าง
ระยองไปพัทยา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ
ที่ต้องใช้เส้นทางนี้

ก่อนถึงช่วงที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
ด้านซ้ายมือคือวัดปลวกเกตุ อย่าทำการเปลี่ยนช่องเดินรถโดยทันที
ให้เบรคเพื่อชลอรถ แล้วค่อยๆ เปลี่ยนช่องเดินรถด้วยความระมัดระวังอย่างที่สุด
สำหรับจักรยานยนต์นั้นให้จอดรถให้สนิทแล้วค่อยๆ
จูงเพื่อประคองรถเพื่อเปลี่ยนช่องการเดินรถ
เข้าถนนช่องซ้าย

ถนนช่องที่ทำการปรับปรุง
ไม่มีเครื่องหมายแสดงการกั้นทางใดๆ เมื่อรถวิ่งหลงมาตรงช่องนี้
จะรู้สึกได้ว่าถนนกำลังปรับปรุงอยู่ ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่จะพยายามเปลี่ยนช่องการเดินรถ
อุบัติเหตุจึงมักเกิดขึ้นช่วงเลยสะพานลอย
เมื่อผ่านวัดปลวกเกตุเพียงไม่กี่เสี้ยววินาที
ขณะขับขี่รถหากสังเกตเห็นสะพานลอยมาแต่ไกล
ให้พยายามทำการเปลี่ยนช่องการเดินรถก่อนเข้าเขตพื้นที่อันตรายดังกล่าว
โดยรถยนต์เปลี่ยนช่องการเดินรถเข้าช่องการเดินรถไปทางช่องการเดินรถด้านขวา
และช่องการเดินรถด้านซ้ายสำหรับจักรยานยนต์

เรียกได้ว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นเกือบทุกรายที่เผลอใช้เส้นทางนี้
ที่พยายามเปลี่ยนช่องการเดินรถ เพราะช่วงรอยต่อระหว่างช่องการเดินรถที่กำลังปรับปรุงผิวถนน
มีความลึกประมาณ 2-3 นิ้ว จัดได้ว่าอันตรายมากสำหรับผู้ขี่จักรยานยนต์ทั่วไป

สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์นั้น
เกิดอุบัติได้จากการหักเลี้ยวเพื่อเปลี่ยนช่องการเดินรถ
แล้วรถไม่สามารถไต่ไปยังช่องการเดินรถได้ดังตั้งใจ
ทำให้เกิดการตัดสินใจผิดพลาดอันเนื่องมาจากความตกใจในภาวะการขับขี่
บางรายพยายามหักพวงมาลัยรถเพื่อให้รถเปลี่ยนช่องได้ให้เร็วที่สุด
หวังว่าเมื่อรถเปลี่ยนช่องการเดินรถเร็วเท่าไหร่แล้วยิ่งทำให้ปลอดภัย
แต่มักเกิดอุบัติจากข้อนี้เป็นเหตุผลหลัก
นั่นคือ ถนนที่ทำการปรับปรุงอยู่นั้น มีความลึก
บวกกับถนนเปียกแฉะ จึงทำให้ถนนลื่นไม่สามารถทำให้รถเปลี่ยนช่องการเดินรถได้ไม่ง่ายนักดังกล่าว

ที่ขอบช่วงรอยต่อถนนไปยังช่องการเดินรถทั้งซ้ายและขวานั้น
เต็มไปด้วยโคลนหนืดตลอดแนว เพราะช่วงเย็นจะมีรถน้ำมาฉีดพื้นผิวถนนที่กำลังปรับปรุงนี้
เพื่อลดฝุ่นจากการสัญจรบนถนน หลังเสร็จกิจจากการปรับปรุงถนนในช่วงเย็น

พื้นผิวถนนที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งนี้
มีความลึกประมาณ 2-3 นิ้ว โดยเฉลี่ย เมื่อรวมกับน้ำหนักรถที่กดลงไปบนโคลน
คาดว่าถนนน่าจะมีความลึกประมาณ 3-4 นิ้ว แสดงให้เห็นว่าเป็นจุดอันตรายมากทั้งรถยนต์
และจักรยานยนต์
สถิติในการเกิดอุบัติเหตุ
จากการปรับปรุงถนนสายนี้ ประมาณช่วงลางเดือนกุมภาพันธ์
2553 พบว่า ช่วงหัวค่ำหลังจากที่ไม่มีกิจกรรมใดๆ
จากการปรับปรุงพื้นผิวถนนดังกล่าว แล้วให้มีการสัญจรของผู้ขับขี่
โดยไม่มีเครื่องหมายกั้นทางกำกับ มักเกิดอุบัติเหตุกับผู้ขับขี่รถที่หลงเข้ามาใช้เส้นทางนี้
โดยเฉลี่ยวันละ 3-4 คัน ดูแล้วไม่น้อยเลยสำหรับความสูญเสียในแต่ละวัน
แม้แต่รถยนต์ยังลื่นไถลทำให้พลิกคว่ำบนถนน
ที่กำลังปรับปรุงตรงจุดนี้

จุดสังเกตอีกจุดพึงระวัง
เพื่อตอกย้ำความมั่นใจมาแต่ไกลว่าอาจจะเป็นช่วงจุดอันตรายดังกล่าวคือ
ก่อนถึงป้ายขนาดใหญ่ทางด้านซ้ายถนนนี้คู่กับสะพานลอย
ให้ทำการเปลี่ยนช่องการเดินรถตั้งแต่เนิ่นๆ
ก่อนถึงจุดอันตรายดังกล่าวประมาณ 200 เมตร
|